อิตาเลี่ยน ๑๐๑

posted on 23 Sep 2007 02:58 by cookingeleven  in menu
หายไปกับอาหารญี่ปุ่นเสียนาน กลับมาคราวนี้มากับอาหารอิตาเลี่ยน

หลังจากลองทำอาหารมาหลายเมนู พบว่าสปาเกตตี้เป็นอาหารที่ทำง่ายรองจากสุกี้ แล้วก็ดัดแปลงไปได้อีกหลายแบบมากๆ คงเป็นอาหารหลักไปในช่วงนี้ล่ะนะ

งวดนี้เป็น สปาเกตตี้ ๑๐๑ ทำง่ายๆ มาเริ่มกันเลยดีกว่า



เตรียม
  • เส้นสปาเกตตี้เบอร์ 3 (เบอร์ไม่สำคัญหรอกมั้ง ผมก็หยิบๆ มามั่วๆ ไปงั้นแหล่ะ) ยี่ห้อ AGNESI (ยี่ห้ออื่นก็ได้ พอดีไป TOPS ซื้อไอ้นี่แล้วมันแถมถ้วย เลยเอามา :P)
  • ซอสสปาเกตตี้ รสชาดตามแต่ใจอยากลอง ของผมลอง Prego รส Spicy Tomato ก็อร่อยดี แต่แพงไปหน่อย
  • หมู หรือเนื้อสัตว์ที่กินได้
  • ผักตามแต่กำลังทรัพย์ (ของผมผักหมด เลยไม่ได้เตรียม)
ขั้นตอนทำนี่ง่าย แต่ต้องรักษาเวลาหน่อย
  • ต้มเส้นสปาเกตตี้ ตามวิธีทำบนซอง อย่างของที่ใช้ท่านบอกให้ต้มในน้ำเดือด 1 ลิตรเป็นเวลา 9-12 นาที ก็ไปตามนั้น แต่ก่อนต้มให้ใส่เกลือกับน้ำมันพืชลงไปนิดหน่อย ผู้รู้ท่านว่าจะช่วยป้องกันเส้นติดกัน ตอนต้มก็คนๆ ให้ความร้อนทั่วถึงกัน แล้วช่วงท้ายๆ (นาทีที่ 8-10) ก็ลองหยิบเส้นมาชิมดูหน่อย ถ้าตรงกลางไม่แข็งก็ใช้ได้
  • ขณะต้มก็เตรียมน้ำเย็นใส่ชามไว้ พอเส้นได้ที่ ก็เอาเส้นแช่น้ำนี่เลย น้ำเย็นนี้จะเอาไว้ลดอุณหภูมิของเส้นไม่ให้ overheated เพราะไม่อย่างนั้นเดี๋ยวเส้นติิดกัน
  • เสร็จแล้วก็ไปเตรียมทำซอส โดยการนำเนื้อสัตว์ที่เตรียมไว้ไปผัดด้วยเนย หรือ น้ำมันพืชจนมันพอสุก
  • เทซอสสปาเกตตี้พรวดลงไป คนไปเรื่อยๆ จนเดือด แล้วคนไปอีกสักพัก (3 นาทีมั้ง)
  • ใส่ผักที่เตรียมไว้ลงไป แล้วคนต่ออีกหน่อย ปรุงรสตามใจชอบ (ผมใส่พริกป่นไป)
  • เทซอสลงเส้นโลด! (เอาเส้นออกมาจากไอ้น้ำเย็นนั่นก่อนนะ)
  • อร่อยไหมล่ะ!
งวดนี้ไม่มีผัก งวดหน้าทำ derivative อื่นต้องอร่อยกว่านี้แน่!

หมูไทยผัดซอสญี่ปุ่น

posted on 31 May 2007 13:52 by cookingeleven  in menu
ขออุทิศให้การทำอาหารญี่ปุ่นชั่วคราว อันเนื่องจากเห่อ

จริงๆ แล้วไอ้หมูไทยผัดซอสญี่ปุ่นมันก็ไม่มีอะไรเลยนอกจาก
  • เนื้อหมูไทย (ใน entry ที่แล้ว)
  • ซอสญี่ปุ่น
  • ผักไทยอีกเล็กน้อย
  • เครื่องปรุงรสอีกเล็กน้อย อาทิ เกลือ, พริกไทย

หมูไทยกับซอสญี่ปุ่น


ผัดๆ เห็ดๆ หอมๆ

วิธีทำก็ง่ายๆ
  • เตรียมหมูหั่นเป็นชิ้นๆ
  • หมักหมูด้วยซอสญี่ปุ่น (ผมเลือก Kikoman สีเขียว ขวดละร้อยกว่า (แพงฉิบ)) ใส่เกลือ และ พริกไทยตามไปพอประมาณ (พอประมาณอีกละ) หมักทิ้งไว้สักครึ่งชั่วโมง
  • เมื่อหมักจนคิดว่าได้ที่แล้ว ก็ตั้งกระทะ ไฟปานกลางจนถึงอ่อน (ไฟแรงเดี๋ยวใหม้ดิ) ใส่น้ำมัน จนพอร้อนแล้วเทหมูหมักลงไปโลด
  • คั่ว​ (?) หมูไปๆ มาๆ จนหมูพอเริ่มสุก ปรุงรสไปอีกนิดด้วยเกลือ, พริกไทย ตามใจคิดว่าชอบ แล้วใส่ผักลงไป (ในตู้เย็นผมเหลือแต่เห็ด ก็ต้องตามนั้น) ตอนนี้จะได้บรรยากาศญี่ปุ่นมาก เพราะกลิ่นของซอสมันจะหอมหวลไปหมด
  • เมื่อคิดว่าอร่อยแล้ว ก็ยกใส่จาน เอาไปกินกับข้าวร้อนๆ อร่อยๆ ก็พอแหลกล่ายอ่ะนะ :D

ผลลัพธ์สุดท้าย ไม่ค่อยสวยเพราะกล้องห่วย (:P)

รสชาดยังไม่ค่อยเข้าเนื้อหมูเท่าไร สงสัยต้องไปเรียนรู้การหมักเนื้อสัตว์เสียแล้ว แต่อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่า อาหารญี่ปุ่น ทำเองที่บ้านก็ได้ ฮ่าๆ

ละลายอาหารแช่แข็ง

posted on 29 May 2007 21:21 by cookingeleven  in cookingeleven
ไปญี่ปุ่นมา หายไปสามเดือนกว่า ได้เวลากลับมามั่วทำอาหารกันต่อ

หลายคนคงเคยที่จะเอาเนื้อสัตว์แช่แข็งมาทำอาหาร ซึ่งก่อนที่จะทำอาหารนั้น จำเป็นที่จะต้องทำการละลายน้ำแข็งในเนื้อสัตว์ออกก่อน ต้องขอบคุณ Percy Spencer ที่ค้นพบการเหนี่ยวนำของคลื่นจิ๋ว ทำให้เกิดการสร้างเตาอบคลื่นจิ๋ว ในเวลาต่อมา

99% ของเตาอบคลื่นจิ๋วตามบ้านในเวลานี้ น่าจะมีปุ่ม "ละลายอาหารแช่แข็ง" ซึ่งถ้าเป็นแม่ครัวหัวป่าก์ ที่ช่ำชองการทำอาหารคลื่นจิ๋ว คงจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่กับผู้ชายทำกับข้าว อย่างผมแล้ว มันเป็นเรื่องที่ลำบากพอดูในการกะระยะเวลาในการละลายน้ำแข็งในเนื้อสัตว์

จากประสบการณ์ที่ละลายมาหลายครั้งแล้ว เลยพบว่า ระยะเวลาในการละลายน้ำแข็ง จะอยู่ประมาณ 2-3 นาที ขึ้นกับความหนาของเนื้อสัตว์และปริมาณน้ำแข็ง

คนละลายน้ำแข็งในเนื้อสัตว์ครั้งแรกๆ จะกลัวว่าถ้าละลายนานเกินไป เนื้อสัตว์ด้านบน จะสุกเสียก่อน แต่ความจริงแล้วไซร้กลับตรงกันข้าม ยิ่งละลายน้ำแข็งนานไปเนื้อสัตว์ด้านล่างที่ติดกับภาชนะต่างหาก ที่จะสุกก่อน จากการวิเคราะห์ของผม พบว่า ขณะทำการละลายน้ำแข็ง น้ำที่ละลายจะงมาเจิ่งนองด้านล่างของเนื้อสัตว์ และด้วยพลังเหนี่ยวนำของคลื่นจิ๋ว จะทำให้น้ำที่เจิ่งนองอยู่เดือดและทำให้เนื้อสัตว์สุดได้อย่างง่ายดาย (แต่ผมไม่ต้องการเว้ย!!)



ความอัปยศดังรูป หมูชิ้นซ้าย เป็นชิ้นที่อยู่ด้านล่าง ชิ้นขวาเป็นชิ้นที่อยู่ด้านบน คิดไปคิดมา ทำให้พบอีกว่า เป็นเพราะผมละลายหมูในชามทรงสูง ทำให้น้ำมันไปกองอยู่ที่ด้านล่างของหมู หมูมันเลยสุกซะขนาดนั้น

คราวหน้า ผมจะจำไว้...

edit @ 2007/05/29 21:35:31