cookingeleven

ละลายอาหารแช่แข็ง

posted on 29 May 2007 21:21 by cookingeleven  in cookingeleven
ไปญี่ปุ่นมา หายไปสามเดือนกว่า ได้เวลากลับมามั่วทำอาหารกันต่อ

หลายคนคงเคยที่จะเอาเนื้อสัตว์แช่แข็งมาทำอาหาร ซึ่งก่อนที่จะทำอาหารนั้น จำเป็นที่จะต้องทำการละลายน้ำแข็งในเนื้อสัตว์ออกก่อน ต้องขอบคุณ Percy Spencer ที่ค้นพบการเหนี่ยวนำของคลื่นจิ๋ว ทำให้เกิดการสร้างเตาอบคลื่นจิ๋ว ในเวลาต่อมา

99% ของเตาอบคลื่นจิ๋วตามบ้านในเวลานี้ น่าจะมีปุ่ม "ละลายอาหารแช่แข็ง" ซึ่งถ้าเป็นแม่ครัวหัวป่าก์ ที่ช่ำชองการทำอาหารคลื่นจิ๋ว คงจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่กับผู้ชายทำกับข้าว อย่างผมแล้ว มันเป็นเรื่องที่ลำบากพอดูในการกะระยะเวลาในการละลายน้ำแข็งในเนื้อสัตว์

จากประสบการณ์ที่ละลายมาหลายครั้งแล้ว เลยพบว่า ระยะเวลาในการละลายน้ำแข็ง จะอยู่ประมาณ 2-3 นาที ขึ้นกับความหนาของเนื้อสัตว์และปริมาณน้ำแข็ง

คนละลายน้ำแข็งในเนื้อสัตว์ครั้งแรกๆ จะกลัวว่าถ้าละลายนานเกินไป เนื้อสัตว์ด้านบน จะสุกเสียก่อน แต่ความจริงแล้วไซร้กลับตรงกันข้าม ยิ่งละลายน้ำแข็งนานไปเนื้อสัตว์ด้านล่างที่ติดกับภาชนะต่างหาก ที่จะสุกก่อน จากการวิเคราะห์ของผม พบว่า ขณะทำการละลายน้ำแข็ง น้ำที่ละลายจะงมาเจิ่งนองด้านล่างของเนื้อสัตว์ และด้วยพลังเหนี่ยวนำของคลื่นจิ๋ว จะทำให้น้ำที่เจิ่งนองอยู่เดือดและทำให้เนื้อสัตว์สุดได้อย่างง่ายดาย (แต่ผมไม่ต้องการเว้ย!!)



ความอัปยศดังรูป หมูชิ้นซ้าย เป็นชิ้นที่อยู่ด้านล่าง ชิ้นขวาเป็นชิ้นที่อยู่ด้านบน คิดไปคิดมา ทำให้พบอีกว่า เป็นเพราะผมละลายหมูในชามทรงสูง ทำให้น้ำมันไปกองอยู่ที่ด้านล่างของหมู หมูมันเลยสุกซะขนาดนั้น

คราวหน้า ผมจะจำไว้...

edit @ 2007/05/29 21:35:31

ยำเต้าหู้

posted on 08 Feb 2007 20:36 by cookingeleven  in cookingeleven
ห่างหายไปนาน ไม่ใช่เพราะเลิกทำกับข้าว แต่เพราะไม่มีเมนูใหม่มาอวดตะหาก ครั้นจะถูลู่ถูกังเปลี่ยนชื่อเมนูไปก็เกรงว่าจะ "หน้าด้าน" ไปหน่อย

เมนูนี้ได้มาจากร้านอาหารบ้านเพื่อนที่ทำงานเก่า ติดใจมานาน ได้เวลาทำเองมั่ง (ขอขอบคุณ nnw กับ dr ในคำปรึกษา (ทำกับข้าวมันต้องปรึกษาด้วยเรอะ?))

อินเกรเดี๊ยนส์
  • เต้าหู้ไข่ (จริงๆ แล้วน่าจะใช้เต้าหู้แบบอื่นได้นะ)
  • ผัดกาดขาว
  • มะนาว, หัวหอม, พริกขี้หนู, น้ำตาล, น้ำปลา
ฮาวทูคุ๊ก
  • หั่นเต้าหู้เป็นชิ้นๆ พอดีคำ
  • หั่นผักกาดขาวเป็นเส้นเล็กๆ ซอยหอม, พริก เตรียมไว้
  • คั้นน้ำมะนาว (ของผมใช้ 4 ลูก) ใส่น้ำตาลประมาณ 1 ช้อนกลาง ตามด้วย น้ำปลาประมาณ 1/2 ช้อนกลาง คนๆ ให้เข้ากัน ทางที่ดี ลองชิมไปปรุงไป (อย่าบ่น เดี๋ยวจมูกบาน) ให้รสชาดถูกปากตัวเอง รสชาดที่แนะนำมาจะออกเปรี้ยวเยอะ
  • ตั้งกระทะ (แบน (dr แนะนำ)) ใส่น้ำมันพอประมาณ (ไม่น้อย ไม่มาก) พอน้ำมันเริ่มร้อน (ควันๆ) ก็ใส่เต้าหู้ที่หั่นไว้ลงไป ระวังน้ำมันกระเด็นโดน เกิดวี้ดว้าย กระตู้วู้มา เสียฟอร์ม
  • ตอนทอดเต้าหู้ไม้ต้องคนบ่อย เดี๋ยวเต้าหู้แตก ทอดเต้าหู้จนพอน้ำตาลๆ ไม่ถึงกับไหม้ เสร็จแล้วก็พักให้สะเด็ดน้ำมันแล้วก็เทใส่ถ้วย
  • เอาผักใส่เข้าไป ราดด้วยน้ำยำที่ทำไว้ คนๆ แล้วเสริฟโลด
จริงๆ แล้วเพิ่งมานึกได้ตอนกินเสร็จแล้วว่า ลืมใส่หมูสับเข้าไปด้วย แต่แค่นี้ก็พอแล้ว "อร่อยโคตร" ฮ่าๆๆๆ สูตรน้ำยำนี้คงจำไปใช้ได้จนลูกบวช (ถ้ามี)

blog-tag [โดน tag กลับมาต้นสาย!!]

posted on 11 Jan 2007 02:35 by cookingeleven  in cookingeleven
ไม่น่าเชื่อ

จากการที่เป็นหนึ่งในสองคนแรกของสายการเล่น blog-tag ในเมืองไทย จนสายยาวไปไหนถึงไหน ไม่รู้กี่ชั้น สุดท้ายก็โดน tag กลับมาอีกครั้งหนึ่งภายในเจ็ดวัน ถึงแม้จะเป็นคนละบล็อกที่เริ่ม แต่ก็ทำให้คำว่า "ทุกคนในโลกนี้ ล้วนเชื่อมโยงถึงกัน" ฟังแล้วน่าศรัทธามากขึ้น ซึ้งว่ะ

มา tag ดีกว่า (บ้าจี้) เปิดเผยตัวจริงไปซะ :P

1. cookingeleven - ชื่อนี้ช่างสิ้นคิดนัก ตอนสมัครอยากได้ชื่อที่อ่านแล้วดูไม่เกี่ยวข้องกับตัวจริง และสื่อถึงการทำกับข้าว เลยตั้งต้นด้วยคำว่า cooking เคยคิดเลยเถิดไปถึง cookingmama ก็ดูจะตุ๊ดไป cookingpapa ก็อ่านแล้วรู้สึกว่าตัวเองแก่ (จริงๆ แล้วยังไม่แก่) นึกถึงอะไรที่มันคล้องจองกัน ก็ได้ cookingeleven อันมีที่มาจากเกมแห่งชาติ winning eleven

2. ทำกับข้าว - พยายามทำกับข้าวมาตั้งแต่สมัยเรียนลูกเสือสำรองตอน ป.ต้น (เขาเรียกกันว่ายังไงวะ ไอ้หมวดฟ้าๆ น่ะ) สมัยนั้นการเดินทางไกล (รอบสนามฟุตบอล) แล้วหยุดพักทำกับข้าว (ตรงข้างๆ สนามฟุตบอลในโรงเรียนนั่นแหล่ะ) ดูเป็นอะไรที่น่าสนุกสนานสำหรับเด็กยุคนั้น ผมผู้ซึ่งรับหน้าที่หุงข้าว ก็พยายามทำให้ดีที่สุด (ย่ากรอกข้าวสารมาให้เยอะ เสียดาย) แต่สุดท้ายก็กลายเป็นข้าวสามกษัตริย์ กินแม่งไม่ได้ เลยฝังใจมาตั้งแต่นั้นว่า ต้องทำกับข้าวให้ได้ แต่สุดท้ายก็ได้แค่ไข่ดาว กับ ไข่เจียว จนมาเมื่อไม่กี่เดือนก่อน รู้สึกว่า การทำกับข้าวให้สาวกิน เป็นอะไรที่เท่มาก เลยมุ่งมั่นหัดทำกับข้าวมาตั้งแต่บัดนั้น และดูจะประสบความสำเร็จมากกว่า เมื่อสมัยเป็นลูกเสือสำรองอยู่โข

3. สูตรอาหาร - พยายามจะสร้างความแตกต่างกับเมนูอาหาร ในแต่ละครั้งเสมอ ด้วยการลองใส่ส่วนผสมแปลกๆ ที่ "คิดว่า" แม่งจะอร่อยลงไป แต่หลายครั้งก็ล้มเหลว ทำให้หลายๆ ครั้งเมนูห่างหาย เพราะกินนอกบ้านอร่อยกว่า (พยายามลดความถี่เหลืออาทิตย์ละครั้งได้แล้ว เป้าหมายต่อไปเดือนละครั้ง)

4. แรงบันดาลใจ - เมนูที่ผ่านๆ มาจะเห็นว่าอุดมไปด้วยผักนานาชนิด โดยไม่สนถึงความเข้ากันได้ หรือวิญญาณแห่งผัก เกิดจากการต้องการ ลดน้ำหนัก (จริงๆ ก็ไม่อ้วนหรอกนะ สาวๆ หลายคนบอกว่าหุ่นดีแล้ว :P) แต่ด้วยความรู้สึกส่วนตัวที่อยากลดน้ำหนักลงหน่อย บวกกับการกินผักเป็นการเสริมวิตามินให้ร่างกาย ยิ่งชอบกินผักเป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้ว ทั้งหมดเลยเป็นแรงบันดาลใจที่ดีในการทำกับเองซะเลย ซุปเปอร์ผัก!!

5. ความมุ่งมั่น - ไม่ได้ฝันไปขนาดจะเป็นเชฟอันดับหนึ่งของโลก ที่ทำอาหารหน้าตา "แหลกไม่ลง" แต่รสชาดอร่อยโคตรๆ หรอกนะ แต่หวังไว้ว่า ด้วยประสบการณ์ที่สะสมไปเรื่อยๆ จะทำให้ความสามารถการแยกแยะรสชาด กับ ความสามารถการแยกแยะส่วนประกอบด้วยการชิม นั้นดีขึ้น ถ้าทำได้ จะไปทำผัดไทยให้ น้องจันทร์แรม... กัน ในฐานะคน tag มา (น้องนึกในใจ - "เกี่ยวอะไรกับกู!!")

ไม่ขอ tag ต่อ เพราะ tag ไปตั้งแต่ตั้นสายแล้ว

ขอบคุณน้องจันทร์แรม... ที่ tag มาเน้อ :D